**-** สังคมเกย์แห่งใหม่**-**

แบ่งปันทุกสิ่ง มีทุกอย่างที่ต้องการ

 
ปรุงรัก ....ปรุงรส (Copy)
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Show/hide quick reply form     **-** สังคมเกย์แห่งใหม่**-** -> -> นิยายรักซาบซื้ง ดุเด็ดเผ็ดร้อน ชาวเกย์
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 1:44 pm    เรื่อง: ปรุงรัก ....ปรุงรส (Copy) If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

"พ่อขายร้านของเราทำไม?"

หมูตุ๋นถามผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ร้านอาหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่เขาผูกพันมาตั้งแต่เด็กได้ถูกขายให้กับนายทุนซึ่งต้องการจะเปลี่ยนแปลงร้านอาหารให้เป็น ภัตตราคารขนาดใหญ่ พ่อมองหมูตุ๋นด้วยสายตาฉายแววปราณี ไม่โกรธที่หมูตุ๋นทำกริยาไม่ดีใส่

"พ่อรู้ว่าลูกเสียใจ แต่พ่อจำเป็นต้องทำ ลูกก็รู้ว่า ก่อนที่แม่จะตาย แม่ป่วยหนักมาหลายปี ต้องใช้เงินจำนวนมาก `เพื่อมารักษาแม่ไว้ การที่พ่อมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการดูแลแม่ที่ป่วย ทำให้ไม่มีเวลามาบริหารงาน รายได้น้อยลง ค่าใช้จ่ายมากขึ้น จนพ่อไม่สามารถหาเงินมาชดใช้ให้กับเจ้าหนี้ได้.."

"พอดี พัฒนาทรัพย์กรุ๊ป เขามาขอซื้อกิจการไปปรับปรุง เขาให้ราคาดี พ่อก็เลยขายเขา แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก เขายินดีจ้างพนักงานในร้านเราทุกคนเลย และลูกก็สามารถทำงานกับเขาได้"

หมูตุ๋นขบกรามแน่น ความกลัวที่จะสูญเสียร้านที่พ่อแม่สร้างมากับมือให้กับคนที่ไม่มีความรักในการทำร้านอาหาร ทำให้หมูตุ๋นคิดว่าต้องเข้าไปมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

วันต่อมา หมูตุ๋นไปที่ร้านอาหารแต่เช้า เขาเดินตรวจตราไปรอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่เขาจะไปอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน และ ญี่ปุ่น หมูตุ๋นเลือกที่จะไปเข้าคอร์สเกี่ยวกับการทำอาหาร เพราะตั้งใจจะเอาความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาปรับปรุงกิจการของครอบครัวให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่กาลกลับเป็นว่า เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน พ่อของเขาได้ขายร้านอาหารนี้ให้กับคนอื่นไป และผู้บริหารคนใหม่ได้เข้ามาดูแลร้านได้เดือนกว่าแล้ว

หมูตุ๋นเสียใจมากที่ตนเองไม่ได้อยู่กับพ่อในช่วงเวลานั้น ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไม่มีวันยอมเสียร้านไป เขาคงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองร้านไว้ แต่เมื่อเหตุการณ์มันลงเอยในรูปนี้ หมูตุ๋นจึงตั้งใจว่าจะไปคุยกับผู้ที่เป็นเจ้าของร้านคนใหม่ เพื่อเจรจาที่จะซื้อร้านคืน แม้จะต้องทำงานอย่างหนักก็จะไม่ปริปากบ่น เพื่อจะรักษาร้านที่เป็นเสมือนอนุสรณ์แห่งความรักของพ่อและแม่ไว้

พนักงานในร้านยังคงทำงานในตำแหน่งเดิมทุกๆคน แต่ด้วยบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ทุกคนทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ไร้ชีวิตจิตใจ ไม่มีความสนุกสนานเหมือนก่อน หมูตุ๋นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครบอกเขาถึงความเปลี่ยนแปลง เขารอจนกระทั่งเจ้าของร้านคนใหม่เดินเข้ามา

"นั่นน่ะเหรอ เจ้าของใหม่ ทำไมดูหนุ่มจัง"

หมูตุ๋นถามไข่หวานลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งทำงานในครัวด้วยเช่นกัน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ ของชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาคมเข้ม แต่งตัวเนี้ยบที่เดินหายเข้าไปในห้องทำงานของเจ้าของร้าน ไข่หวาน ถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าให้กับหมูตุ๋น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายว่า

"เขาชื่อคุณสุกี้...เอ่อ ชื่อเล่นน่ะ ชื่อจริงจำไม่ได้หรอก ชื่อยาวยืดวิลิศมาหราเข้าไว้ ฉันขี้เกียจจำ เขาน่าจะแก่กว่าเธอสัก 4-5 ปีนะ หมอนี่ร้ายกาจมาก ขี้หงุดหงิด โมโหร้าย มาดูแลร้านนี้ เพราะพ่อแม่ต้องการดัดนิสัยไม่เอาถ่าน วันๆเอาแต่เที่ยวของลูกชาย หมอนี่ก็ต่อต้านด้วยการไม่มาดูแลเอาใจใส่ ปล่อยให้พวกเราบริหารและดูแลกันเอง ขนาดทักทายพวกเรา เขายังไม่ทำเลย "

"อย่างนี้จะใช้ได้ที่ไหน"

หมูตุ๋นกำมือแน่น รู้สึกสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ยิน นี่พ่อของเขาคิดถูกหรือผิดแน่ ที่ปล่อยให้กิจการอยู่ในมือของคนพวกนี้ คนที่ไม่เคยรู้ซึ้งถึงหัวใจ และคุณค่าของคนที่ทำกิจการร้านอาหารอย่างพวกเขา

"มันไม่ใช่งานของพวกเด็กอมมือ หรือ คนที่ไม่รู้จักโตนะ ผมต้องพูดกับเขา...."

หมูตุ๋นผละจากไข่หวาน เดินตรงไปทางห้องของเจ้าของร้าน และเคาะแรงๆสองสามที มีเสียงจากข้างในร้องตอบออกมาให้เข้ามาได้

หมูตุ๋นผลักประตูเข้าไป พบสุกี้นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้นวม หลังโต๊ะตัวใหญ่ เบื้องหน้าเป็นกองหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเปิดกางอยู่ หนุ่มหน้าเข้มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

"ผมอยากจะเจรจาขอซื้อร้านคืน…."

หลังจากแนะนำตนเองแล้ว หมูตุ๋นจึงเริ่มเปิดฉากเจรจา เด็กหนุ่มจ้องหน้าเขา ไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากคู่สนทนา นอกจากดวงตาที่ฉายแววขบขัน ซึ่งนั่นก็มากพอที่จะทำให้หมูตุ๋นควันออกหู

"ผมอาจจะพูดกับคุณเร็วเกินไป เพราะคุณพ่อของคุณเพิ่งเซ็นต์สัญญากับพ่อผมได้ไม่นาน แต่ผมเอาจริงนะ ผมอยากได้ร้านกลับมาเป็นของครอบครัวตามเดิม ร้านนี้เป็นร้านที่พ่อกับแม่สร้างมา ท่านเองรักร้านนี้มาก แต่ความจำเป็นเรื่องหนี้สินทำให้ต้องขายร้านนี้ ผมรู้ว่า อันที่จริงคุณเองก็ไม่อยากบริหารร้านนี้เท่าไหร่ มันจะดีกว่าไหม ถ้าคุณจะขายมันให้ผม ซึ่งถ้าคุณตกลงผมก็อยากจะขอร้องว่า ผมยังไม่มีเงินก้อนจำนวนมาก แต่ผมสัญญาว่าจะหาเงินมาทะยอยใช้ให้คุณจนหมด"

หมูตุ๋นแอบถอนใจด้วยความโล่งอกที่ได้พูดออกไปจนหมด เขารู้ว่าตนเองอยู่ในฐานะที่ไม่มีอำนาจต่อรองอะไร แต่ด้วยความอยากจะรักษาร้านเอาไว้ ทำให้เขาต้องพูดออกมา ดีกว่าที่จะปล่อยให้ร้านหลุดไปอย่างน่าเสียดาย หนุ่มหน้าเข้มเหยียดริมฝีปากออก ก่อนจะหัวเราะเสียงดังอย่างกับฟังเรื่องขำเสียเต็มประดา หมูตุ๋นหน้ามุ่ย จ้องคนตรงหน้าเขม็ง และเหมือนเขาจะรู้ตัว จึงหยุดหัวเราะกระทันหัน แต่หน้ายังยิ้มละไม

"นายนี่ตลกดีจัง ทำเหมือนกับเล่นขายของ ฉันจะบอกให้ฟังเอาบุญนะ เผื่อนายจะหายบื้อได้บ้าง….

ข้อแรก พ่อของฉันซื้อร้านนี้มาจากพ่อนาย ในราคา 5 ล้านบาท ถ้านายจะซื้อคืน มันก็ต้องขายในราคาที่สูงกว่านี้ เช่น 10 ล้านมันจึงจะมีกำไรพอคุ้ม แล้วนายจะเอาปัญญาหาเงินที่ไหนมาจ่าย

ข้อที่สอง หากนายต้องการจะซื้อจริงๆ ในระบบผ่อนส่ง จะต้องใช้ระยะเวลากี่ปีหนี้สินจึงจะหมด และต้องจ่ายปีละเท่าไหร่ นายเคยคิดบ้างไหม

ข้อที่สาม ตรงนี้เป็นทำเลที่ดี ย่านคนทำงาน และเป็นศูนย์กลางที่คนผ่านไปผ่านมาหนาแน่น เราทำการสำรวจมาพอสมควร และก็คิดว่า เราจะปรับปรุงร้านนี้ให้เป็น ภัตราคารขนาดใหญ่ พ่อฉันได้จ้างคนมาออกแบบแล้ว เราจะทุบร้านนี้ และสร้างใหม่เป็นตึก 5 ชั้น และรอเวลาที่จะขายไปหรือไม่ก็บริหารกันเอง หากมันมีอนาคตที่ดี

ข้อที่สี่ นายพูดถูก ฉันไม่ได้อยากจะบริหารร้านนี้ แต่ฉันได้รับมอบหมายให้ดูแลร้านนี้ จนกว่าจะมีคนซื้อรายใหม่ ในช่วงนี้ฉันก็จะปลอดภัยจากการถูกพ่อจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องการทำงาน

และข้อที่ 5 ฉันไม่สนใจหรอกนะ ว่าร้านนี้ใครจะสร้างมา หรือมันจะมีประวัติหวานแหววอย่างไร มันไม่เกี่ยวกับฉัน ต่อให้ร้านนี้ขายไม่ได้เลยแม้แต่บาทเดียว มันก็ไม่มีผลอะไรกับฉันเลย ดีเสียอีก พ่อจะได้รู้ว่า ฉันบริหารธุรกิจไม่เป็น และจะได้เลิกบังคับฉันเสียที"

"คุณมันเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ"

หมูตุ๋น หน้าแดงด้วยความโกรธจัด

"คุณมันก็เป็นพวกคนรวยที่ทำตัวเป็นเศษสวะ ร่ำรวยบนความทุกข์ยากของคนอื่น ไม่เคยเข้าใจว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกอย่างไร ไร้หัวใจ ไร้มนุษยธรรม ผมผิดเอง ที่เลือกมาขอร้องคุณ คิดว่า เมื่อคุณไม่ต้องการมัน คุณน่าจะขายคืนให้คนที่เขาอยากได้ แต่เอาเถอะ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผมจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาร้านนี้กลับคืนมา เพราะดีกว่าที่จะปล่อยให้ไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกงี่เง่า ไร้ความสามารถ เห็นแก่ตัว ใจดำ และไม่มีความรับผิดชอบ"

หางเสียงสั่นเครือด้วยความสะเทือนใจจนเจ้าตัวรู้สึก ความคับแค้นใจทำให้น้ำตาทะลักทะลาย เจ้าตัวจึงรีบหันหลังกลับเพื่อเก็บซ่อนความรู้สึก หมูตุ๋นจะร้องไห้ ให้คนเลือดเย็นแบบนี้เห็นไม่ได้

"พิสูจน์ให้เห็นสิ ว่าอยากได้จริง"

เสียงที่ไล่หลังมา ทำให้มือที่กำลังหมุนลูกบิดประตูชะงัก หมูตุ๋นใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้งแล้วหันกลับไปมองหนุ่มหน้าเข้มซึ่งกำลังยืนมองหมูตุ๋นจากอีกฝากหนึ่งของโต๊ะเช่นกัน

"คุณว่าอะไรนะ"

หมูตุ๋นถามซ้ำ เพราะไม่แน่ใจความหมายในสิ่งที่ตนเองได้ยิน

"พ่อของฉันให้เวลาฉันบริหารร้านนี้ 4 เดือน ก่อนที่เขาจะทุบสร้างใหม่ ดังนั้นจึงเป็นความโชคดีของนายที่ยังมีเวลาจากนี้ไปอีก 3 เดือในการที่จะดึงคนเข้าร้านนี้ด้วยฝีมือของนาย แน่นอนความสำเร็จของนาย ก็เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของฉัน ฉันจะให้นายได้เก็บเกี่ยวส่วนแบ่ง 10 % ของกำไรนอกเหนือจากเงินเดือนที่ฉันจะว่าจ้างนาย ถ้านายพิสูจน์ได้ว่า นายควรค่าแก่การจะได้ร้านนี้ไป ฉันก็จะพูดกับพ่อให้ขายกลับคืนให้"

น้ำเสียงของคนพูดเรียบเฉย ไร้อารมณ์ แต่ดวงตาเปล่งประกายท้าทาย หมูตุ๋น ยิ้มให้หนุ่มหน้าเข้มเป็นครั้งแรก เขารู้สึกเบิกบานใจกับสิ่งที่ได้ยิน แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความหวังที่มีคนหยิบยื่นให้ แต่เขาก็ยินดีที่จะยื่นมือไปรับ หมูตุ๋นได้ยินเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจของตนเองตอบกลับไปว่า

"ขอบคุณสำหรับความกรุณาของคุณ แล้วคุณจะได้เห็นความพยายามของผม"

----------------

สนุกป่าวอ่ะ ผมยังไม่ได้อ่านเลย ไปเจอมา เลยเอามาฝากอะครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 1:48 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนที่ 2 : ความสุขของคนทำร้านอาหาร

ดึกมากแล้ว แต่สุกี้ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ ความคิดของเขายังวนเวียนถึงการพบกันระหว่างเขากับหมูตุ๋น เขาไม่เข้าใจตนเองว่าอะไรที่ทำให้เขาพูดกับลูกชายของเจ้าของร้านคนเดิมไปอย่างนั้น หรือเพราะน้ำตาของไอ้หมอนั่น

จริงสิ ถึงแม้หมูตุ๋นจะปากร้าย แต่เขาก็สังเกตเห็นความอ่อนไหวภายในใจของหนุ่มหน้าหวานคนนั้น น้ำตาที่เห็น แม้จะเพียงแค่แว่บเดียว แต่มันก็ทำให้เขาใจอ่อนยวบ จนเผลอพูดในสิ่งที่นอกเหนือความตั้งใจของตนเองออกไป

"ฉันจะคอยดูว่า นายทำได้หรือไม่ อย่าท่าดีทีเหลวก็แล้วกัน"

สุกี้บอกกับตนเอง ก่อนที่จะหลับไปในคืนนั้น

สุกี้ สร้างความแปลกใจให้กับพนักงานเป็นครั้งแรก ด้วยการมาทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า ซึ่งร้านยังไม่เปิด มาถึงก็มาเดินตรวจตราห้องครัว ห้องน้ำ และ ส่วนพื้นที่ในร้านที่วางโต๊ะและเก้าอี้หวายเข้าชุดสวยงาม กลมกลืนกับบรรยากาศในร้านที่เป็นเรือนไม้ทาสีขาวครีมนวลตา

เขาพบหมูตุ๋นกับไข่หวานที่ห้องครัว หนุ่มหน้าหวานกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารที่จะเป็นเมนูพิเศษสำหรับเช้าวันนี้ ส่วนไข่หวานแอบหลบแว่บออกไปเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเจ้านายคนใหม่

"นั่นอะไรน่ะ"

สุกี้ชี้ไปที่หม้อที่อยู่บนเตา หมูตุ๋นยิ้มให้เขาอย่างอารมณ์ดี ท่าทีผ่อนคลายกว่าวันแรกที่ได้เจอกัน

"สตูผักน่ะ ลองดูมั๊ย"

"เอ่อ ไม่ดีกว่า "

สุกี้เบ้หน้า หมูตุ๋นทำหน้าเหมือนรู้ทัน

"ไม่ชอบกินผักล่ะสิ ไม่ได้นะ อาหารทุกอย่างมีประโยชน์ จะมาเลือกว่าอันนั้นกิน อันนี้กินไม่ได้ อีกอย่างคุณเป็นเจ้าของร้าน ก็น่าจะเรียนรู้ไว้บ้าง ว่าอาหารแต่ละอย่างเป็นอย่างไร เวลาที่มีใครมาถาม คุณจะได้ตอบได้ไม่อายเขา"

หมูตุ๋น ตักสตูที่กำลังร้อนๆ ใส่ชาม วางลงบนจานรอง เอาช้อนใส่ แล้วยื่นให้สุกี้ แต่หนุ่มหน้าเข้มยังยืนเฉย ตาจ้องน้ำข้นๆตรงหน้าเขม็งเหมือนชั่งใจ

"ไม่ตายหรอกน่า เอ้านี่ ชิมดูแล้วจะติดใจ"

เขาใช้ช้อนตักสตูขึ้นมา และเป่าให้ไอร้อนหายไปก่อนจะยื่นช้อนมาใกล้ๆปากของสุกี้ ชายหนุ่มชะงัก ทำท่าเงอะงะ แต่ก็กินแต่โดยดี หมูตุ๋นมองหน้าเหยเกของคนเกลียดผักแล้วก็หัวเราะ ท่าทางของสุกี้เหมือนจะเป็นจะตายให้ได้

"หัวเราะอะไร ขำนักหรือ ก็คนไม่ชอบนี่"

น้ำเสียงหาเรื่องเต็มที่ หมูตุ๋นวางถ้วยลง ทำท่ายอมแพ้ ไม่ต่อปากต่อคำด้วย หันไปง่วนอยู่กับการล้างผักในอ่าง

"วันนี้ ทำไมอารมณ์ดีจัง ไม่เห็นเหมือนเมื่อวาน"

หนุ่มหน้าเข้มถามขึ้น

"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ผมกำลังรู้สึกมีความสุขที่จะได้ร้านนี้กลับคืนมา"

"ร้านนี้มันสำคัญกับนายมากนักหรือ เอ่อ...ฉันหมายความว่า นอกจากจะเป็นร้านที่พ่อกับแม่นายร่วมกันสร้างมันขึ้นมาแล้วนายอยากรักษามันไว้เป็นของครอบครัว มันมีอะไรอื่นที่มีความหมายมากกว่านี้อีกไหม"

หมูตุ๋นเงยหน้าขึ้นมายิ้มละไม

"ความพึงพอใจของลูกค้าไง"

เมื่อเห็นหนุ่มหน้าเข้มทำหน้าไม่เข้าใจ หมูตุ๋นก็เลยขยายความ

"เคยไปทานอาหารร้านไหน แล้วรู้สึกมีความสุขมากๆไหม ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก จนต้องเรียกร้องแต่จะกินร้านนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก บริการที่เป็นกันเองดุจญาติมิตร บรรยากาศที่สบายๆเหมือนอยู่ที่บ้าน แต่คุณมีความสุขมากกว่า ในฐานะลูกค้าผมอยากไค้ความรู้สึกแบบนั้น และเมื่ออยู่ในฐานะคนทำอาหาร อยู่ในฐานะเจ้าของร้าน นั่นคือความภาคภูมิใจ ที่ร้านเราสร้างความสุขให้ทุกๆคน....."

"นี่ไงล่ะสิ่งที่อยากทำ ผมรักร้านนี้ เพราะมันเป็นของพ่อแม่ ผมคลอดในร้านนี้ และแม่ก็เลี้ยงผมในร้านนี้ ผมโตมากับมัน อาหารหลายอย่าง พ่อแม่เป็นคนคิดค้นขึ้นมา และบางอย่างในนั้น ผมก็ช่วยคิดส่วนผสมด้วย ร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของผม และผมไม่อยากจะทิ้งเขา"

สุกี้นิ่งฟังคนตรงหน้าที่พูดคุยถึงสิ่งที่เขารักอย่างมีความสุข ดวงหน้าของหนุ่มหน้าหวานฉาบไปด้วยรอยยิ้ม ยิ้มที่บริสุทธิ์ และจริงใจ นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ เมื่อรำลึกถึงในอดีต สุกี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตั้งคำถามเอากับตนเองในใจว่า

เขาเคยมีทีท่ากระตือรือล้น ดุจเดียวกับหมูตุ๋นบ้างหรือเปล่า นานแล้วที่หัวใจของเขาเย็นชาแห้งผาก ปราศจากความฝัน มีชีวิตอยู่แต่กับคำสั่งของผู้เป็นพ่อ ที่ขีดเส้นทางให้เขาเดินไปซ้ายขวา จนลืมจิตวิญญาณที่แท้จริงของตนเอง และหลงลืมไปด้วยเช่นกันว่า คนอื่นก็มีหัวใจ

"เอาล่ะ ถ้ามันสำคัญมากขนาดนั้น ก็พยายามให้มากก็แล้วกัน ฉันเอาใจช่วยนาย"

หนุ่มหน้าเข้มตบบ่าของผู้อ่อนวัยกว่าก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้องครัว


แก้ไขล่าสุดโดย Pong999 เมื่อ Tue Mar 18, 2008 1:52 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 1:51 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนที่ 3 : สิ่งที่ฉันต้องการ นายให้ฉันได้หรือเปล่า

สุกี้เจอหมูตุ๋นขณะที่กำลังยืนเรียกรถแท็กซี่อยู่หน้าตลาดสด เขาจึงแวะรับขึ้นรถมาด้วยเพราะเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ร้านอยู่พอดี สุกี้มองถุงใส่ผัก และ ของสดที่หมูตุ๋นลำเลียงใส่ไว้ที่กระโปรงหลังรถ เลยอดไม่ได้ที่จะถาม

"เด็กที่ร้านมีทำไมไม่ใช้ นายเป็นกุ๊กของร้านไม่ใช่หรือ ทำไมต้องลำบากมาซื้อข้าวของเองด้วย"

หมูตุ๋นซับเหงื่อบนใบหน้าด้วยกระดาษทิชชู่ จากในรถเขา ก่อนตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ

"ตามปกติ จะมีคนมาตลาด 2 คน คือ เก๊ยวซ่า กับ ปูนิ่ม แต่วันนี้ เกี๊ยวซ่าไม่สบาย ส่วนปูนิ่ม เป็นเด็กใหม่ ยังเลือกซื้อของไม่เก่ง ก็เลยมาเอง อีกอย่างหนึ่ง ผมก็เห็นว่า ตลาดสดมันเป็นทางผ่านที่จะไปร้าน แล้วผมก็เป็นคนตื่นแต่เช้ามืดอยู่แล้ว ก็น่าจะแวะมาซื้อได้โดยไม่ลำบาก ผมเป็นพ่อครัว ผมย่อมรู้ดีถึงอาหารที่ผมทำว่าจะต้องใช้อะไรเป็นส่วนผสม มากน้อยแค่ไหน แล้วผมเองก็ไม่อยากแบ่งแยกว่า งานนั้นงานนี้ของใคร ถ้าหากเราสามารถช่วยกันได้ ก็ช่วยกันไป ไม่เหลือบ่ากว่าแรงไม่ใช่หรือ"

น่าแปลกที่คำพูดตรงไปตรงมาของหมูตุ๋น กลับทำให้สุกี้มีความรู้สึกเหมือนตนเองเป็นคนโง่เง่า และเห็นแก่ตัว

"แล้วทำไมไม่ให้ทางร้านมาส่งล่ะ"

สุกี้ถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้ เขามองว่าความสามารถของหมูตุ๋นทางด้านการเป็นพ่อครัวทำอาหาร มีค่ามากกว่าจะมาเป็นคนจ่ายตลาด

"อืมม์ ก่อนหน้านั้นก็เคยทำนะ แต่ช่วง 4-5 เดือนก่อนที่พ่อจะขายร้านนี้ให้กับคุณ ไข่หวานเล่าให้ฟังว่า ร้านที่เคยส่งของสด ของคาวให้เรา พากันส่งของที่ไม่มีคุณภาพมาให้ และพ่อก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับแม่ที่ป่วย เลยไม่มีเวลาตรวจสอบ ลูกค้าส่วนหนึ่งหนีหายไป เพราะเขาได้ทานอาหารที่ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เขาจ่าย เขาเลยบอกต่อๆกันไป และไม่กลับมาอีก นี่ผมกำลังมองหาเจ้าที่ไว้ใจได้อยู่นะ ช่วงนี้ก็เลยลำบากต้องออกไปซื้อเองก่อน"

หนุ่มหน้าหวานตอบด้วยทีท่าสบายๆ ไม่มีแววทุกข์ร้อนหรือกังวลอยู่บนใบหน้า ในขณะที่คนถามกลับรู้สึกหงุดหงิด

หลังจากปิดร้านแล้ว สุกี้เรียกหมูตุ๋นเข้าไปหาที่ในห้อง ถามถึงรายการอาหารที่เป็นเมนูประจำ และเมนูพิเศษในแต่ละวัน เขาซักไซ้หมูตุ๋นถึงสิ่งของที่จะต้องใช้ทั้งหมด และบันทึกมันลงไปในคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง เขาก็ง่วนอยู่กับการพิมพ์ใบสั่งของส่งไปที่ฝ่ายจัดซื้อของบริษัท เพื่อให้สั่งซื้อของตามที่เขาต้องการส่งมาที่ร้านในตอนเช้าทุกวัน ท่าทางเอาการเอางาน จนหมูตุ๋นนึกงง

"คุณนี่พิลีกแฮะ"

หมูตุ๋นพูดขึ้นขณะยื่นกาแฟหอมกรุ่นให้กับหนุ่มหน้าเข้ม ซึ่งอยู่ในท่าเหยียดยาวบนโซฟาในห้องรับแขกในคอนโดสุดหรูของตนเอง วันนี้ร้านปิดเร็วกว่าปกติ เพราะสุกี้เกิดใจดีขึ้นมา เหมาที่นั่งประมาณ 40 ที่ในโรงเบียร์ และเชิญชวนพนักงานในร้านมาดื่มกินจนเต็มคราบ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนสาเหตุที่หมูตุ๋นต้องมาติดแหงกอยู่ที่คอนโดของหนุ่มหน้าเข้ม ก็เพราะเกิดท้องเสียขึ้นมากระทันหัน เลยต้องแวะมาเข้าห้องน้ำที่บ้านของชายหนุ่ม หลังทำธุระเสร็จแล้ว สุกี้เกิดมีเรื่องอยากจะคุยต่อ เลยทำให้ยังไม่ได้กลับบ้าน แถมซ้ำยังต้องมารับใช้ด้วยการชงกาแฟให้อีกด้วย

"ตรงไหนล่ะ"

สุกี้ถาม ใบหน้าของเขาเรียบเฉย จนยากที่จะจับความรู้สึก หมูตุ๋นนั่งลงที่โซฟาอีกตัวตรงข้ามกับเขา

"ใครๆก็บอกว่า คุณไม่อยากทำร้านนี้ แต่ถูกพ่อบังคับ ผมเองก็เชื่อเช่นนั้น แต่หลายวันมานี้ ดูคุณกระตือรือร้น กับการบริหารร้านนี้มาก คุณมาเช้าทุกวัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ คุณมาบ้างไม่มาบ้าง คุณช่วยต้อนรับแขก ตรวจตราความเรียบร้อยในร้าน และผมรู้ว่า แขกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมา ล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อน หรือ ญาติของคุณทั้งนั้น แล้ววันนี้ คุณยังมาทำดีกับพวกเราด้วยการพาไปเลี้ยงอีก คุณกำลังทำให้ผมสับสน ผมไม่แน่ใจว่าคุณเกิดอยากได้ร้านนี้ขึ้นมาหรือเปล่า และที่คุณทำทุกๆอย่างนี่ เพื่อที่จะให้พ่อของคุณเห็นว่าคุณบริหารร้านนี้ได้ เพื่อให้เขายกร้านนื้ให้คุณใช่ไหม และผมไม่รู้ว่าคุณกำลังคิดจะขายต่อให้ผมตามที่เราสัญญากันไว้หรือไม่ หรือ จะขายให้กับคนอื่นที่เขาให้ราคาดีกว่า ... คุณจะเอายังไงกันแน่"

"ไม่ใช่ที่พูดมาเลยสักอย่าง ฉันแค่อยากจะสัมผัสความรู้สึกที่นายบอกว่ามันเป็นความภาคภูมิใจของคนที่เป็นเจ้าของร้าน ฉันอยากจะไปให้ได้ถึงความรู้สึกนั้น เพราะฉันคิดว่า มันยุติธรรมสำหรับฉัน ที่จะได้รู้ว่า ร้านนี้สำคัญกับนายมากแค่ไหน ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจบอกพ่อให้ขายต่อให้นาย หรือ ให้พ่อทุบร้านทิ้งไป แต่ไม่ว่ามันจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันก็ดีไม่ใช่หรือ ที่นายได้ฉันมาช่วยอีกแรง ฉันจะทำในส่วนที่ฉันเห็นว่าน่าจะทำ แล้วนายก็ทำในส่วนของนายไป สิ่งที่นายต้องการคือเงินมาไถ่ร้านคืน ตอนนี้ ได้พอหรือยังล่ะ..ฉันว่านายเอาเวลาไปคิดหาวิธีได้เงินมาดีกว่า แล้ว.อย่ามากังวลเรื่องฉันให้มากนัก"

หมูตุ๋นสบตาที่เป็นประกายวิบวับบนใบหน้าคมเข้มที่มีรอยยิ้มนิดๆนั้น แม้จะไม่เข้าใจการกระทำของเขานัก แต่ที่ผ่านมาหมูตุ๋นก็รู้สึกดีกับหลายๆสิ่งหลายอย่างที่นายขี้เก็กคนนี้ทำ

"จะอย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องขอขอบคุณที่คุณมีส่วนช่วยเหลือ ถ้าผมได้ร้านนี้กลับคืนมา ผมจะไม่ลืมคุณเลย"

หมูตุ๋นกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ หนุ่มหน้าเข้ม ยิ้มกริ่ม ทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ เปลี่ยนจากท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเป็นลุกขึ้น แล้วเดินมาหย่อนก้นแหมะลงตรงที่เท้าแขนของโซฟาที่หมูตุ๋นนั่งอยู่

"คนทำดี ก็ต้องได้รางวัลไม่ใช่หรือ ฉันอยากได้รางวัล ไม่ต้องการได้คำชม นายให้ฉันได้ไหม"

หมูตุ๋นทำหน้างงงวย นึกในใจว่า เจ้าหมอนี่มันจะมาไม้ไหนกันนะ นึกว่าจะช่วยจริงจัง ที่แท้ก็หวังผล หรือว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่นายคนนี้ต้องการ คือ ราคาของร้านที่เพิ่มมากขึ้น คิดมาถึงตรงนี้ ร่างของหนุ่มหน้าหวานก็เกรงขึ้นมาในทันทีทันใด เตรียมจะอ้าปากพูดในสิ่งที่คิด แต่ก็ช้ากว่าสุกี้ที่ใช้สองมือประคองใบหน้าของหมูตุ๋นให้เงยขึ้น หนุ่มหน้าเข้มก้มลงมาประทับจูบที่ริมฝีปากอย่างเร่าร้อน สองมือเลื่อนลงไปโอบรัดร่างของหมูตุ๋นเข้ามาแนบชิดกับตนเอง มือไม้เปะปะควานไปทั่วแผ่นหลัง และสะโพก
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 1:54 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนที่ 4 : คนโรคจิต ทำไมฉันต้องฝันถึงนายด้วย

เพราะมัวแต่ตกตะลึงอยู่กับการกระทำที่อุกอาจของสุกี้ หมูตุ๋นร่างกายอ่อนระทวยปราศจากแรงต้านไปชั่วขณะ ปล่อยให้คนฉวยโอกาสจูบได้ตามอำเภอใจ เนิ่นนานทีเดียวกว่าสติสัมปชัญญะจะกลับคืนมา หมูตุ๋นใช้สองมือผลักอกกว้างของสุกี้และดันให้ออกจากตัว มีเสียงหัวเราะเบาๆจากคนขี้เก็ก ก่อนที่เขาจะปล่อยมือออกจากการกอดรัดหนุ่มหน้าหวาน ที่ลุกพรวดพราดไปยืนตัวสั่นอยู่ข้างโซฟาทันทีที่เป็นอิสระ

“คุณทำอย่างนี้กับผมได้ไง บ้าไปแล้วหรือเปล่า”

คนพูดกล่าวหาเสียงสั่น ไม่ยอมมองหน้าคู่กรณี สุกี้ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำน้ำเสียงยวนยั่วตอบกลับมาว่า

“นั่นเป็นรางวัลที่ฉันขอจากนายไงล่ะ แล้วฉันก็ไม่ได้บ้าด้วย จะบอกให้ก็ได้นะ อันที่จริงฉันไม่อยากได้แค่นี้หรอก ฉันอยากจะได้ทั้งตัวของนายเลยด้วยซ้ำ เอ หรือ เรามาแลกเปลี่ยนข้อเสนอกันใหม่ดีกว่า นายได้ร้าน แต่ฉันได้ตัวนาย ดีไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

คนพูดหัวเราะด้วยความเบิกบานใจ แต่คนฟังไม่ขำตามไปด้วย เมื่อสุดจะทนไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนุ่มหน้าหวานก็ผลุนผลันออกจากคอนโดไปทันที โดยไม่หันมามองเจ้าของห้อง ที่ยืนทอดสายตาอาลัยอาวรณ์ตามหลังไป


------------------------

2 เดือนที่ผ่านมา สุกี้รู้สึกว่าตนเองมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย จากคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ เอาแต่เที่ยวเตร่เฮฮา ไร้สาระ และไม่มีความมุ่งมั่น กลับกลายมาเป็นคนที่เอาจริงเอาจัง ทุ่มเทในสิ่งที่ทำ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้หนุ่มหน้าหวานคนนั้น ที่ช่วยทำให้เขากลับกลายเป็นผู้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เขาไม่เคยพบใครที่รักและทุ่มเทให้กับร้านอาหารได้มากเท่านี้ เขามาเช้าทุกๆวัน เพราะรู้ว่าหมูตุ๋นจะมาที่ร้านแต่เช้าก่อนคนอื่น เขาชอบที่เห็นหมูตุ๋นสนุกสนานอยู่กับการทำอาหาร ยามที่ลูกค้าชื่นชมรสมือของเขา หน้าหวานๆนั้นก็จะมีรอยยิ้มอย่างมีความสุขฉาบระบายบนใบหน้า หมูตุ๋นทำงานหนักกว่าคนทั่วไป มาเช้ากลับดึก และเมื่องานในส่วนของตนเองเสร็จ ก็อาสาไปช่วยงานของคนอื่น โดยไม่เกี่ยงว่าตนเองเป็นพ่อครัว ส่วนคนอื่นเป็นพนักงานทั่วไป เขาทำแม้กระทั่งขัดทำความสะอาดเตาแก๊ส และเช็ดถูพื้นครัว นอกจากนี้ยังทำเกินเลยไปจนถึงดูแลเกี่ยวกับต้นไม้และของตกแต่ง

สุกี้รู้ว่า หมูตุ๋นรักร้านนี้มาก แล้วกำลังใช้ความพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ได้ร้านกลับคืนมา เขารู้ว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นค่าจ้างหมูตุ๋นจะเก็บไว้ และใช้สอยอย่างประหยัด ความมุ่งมั่นของหมูตุ๋นทำให้จิตใจของเขาอ่อนไหว ในขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกผูกพันรักใคร่ในตัวหนุ่มหน้าหวานคนนั้น อยากเห็นหน้า อยากใกล้ชิด มีความรู้สึกอยากครอบครองเป็นเจ้าของ ซี่งเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่คิดจะห้ามปรามหัวใจตนเอง แม้เขาจะเคยผ่านเรื่องราวความรักใคร่มาก่อน แต่กับหมูตุ๋น เขาอยากจะผูกพันด้วยในฐานะของคนรักอย่างแท้จริง ไม่ใช่ในฐานะของคนที่ทำธุรกิจร่วมกัน หรือคู่ขาชั่วครั้งชั่วคราว

ใบหน้าหวานที่มีดวงตาเปล่งประกายสดใสซึ่งล้อมรอบด้วยขนตายาวงอนดกหนาเป็นแผง กับปากนุ่มได้รูปที่เขาได้จูบอย่างใกล้ชิด ลอยวนเวียนไปมาในความคิด ป่านนี้เจ้านั่นจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ คงจะช๊อคไม่หายกับการจู่โจมของเขา คงเป็นครั้งแรกสินะ ช่างน่าเอ็นดูจริงๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะมีโอกาสได้ไกล้ชิดแนบแน่นแบบนั้นอีก

“ไม่มีทางที่ฉันจะเข้าใกล้ไอ้บ้าโรคจิตนั่นอีกแน่”

หมูตุ๋นประกาศก้องในใจ ขนลุกตัวไปทั้งตัว เมื่อนึกถึงภาพที่ตนเองถูกล่วงเกินในวันนั้น แต่สิ่งที่สุกี้ได้ทำกับเขาไม่ลบเลือนไปได้โดยง่าย แม้ว่าหมูตุ๋นจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่เจอหน้ากับสุกี้โดยตรง แต่ทุกค่ำคืน หนุ่มหน้าเข้มก็คอยตามมาหลอกหลอนอยู่ในความฝัน ซึ่งมักจะเป็นเรื่องเดิมซ้ำซากทุกๆครั้ง หมูตุ๋นฝันว่า ตนเองแต่งงานกับสุกี้ และครองรักกันอย่างมีความสุขดุจเดียวกับเจ้าหญิงและเจ้าชายในเทพนิยาย

กิจการร้านอาหารดีวันดีคืน มักจะมีคนจองเพื่อจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ทั้งงานวันเกิด และงานฉลองแสดงความยินดี และเนื่องจากว่า ร้านนี้มีเมนูทั้งอาหารไทย และอาหารนานาชาติ จึงมีลูกค้าทั้งไทยและเทศผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาหาความสำราญจากการรับประทานอาหารที่นี่ โดยสุกี้เองก็ช่วยทำหน้าที่ในการหาลูกค้าไปด้วย เพราะเขามีเพื่อนชาวต่างชาติมากมาย ก็เลยชักชวนกันเข้ามาทาน จำนวนแขก ยอดทิปที่แจกจ่ายให้พนักงานที่มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสของร้าน และเมื่อสรุปยอดรายรับรายจ่ายในเดือนที่สอง ตัวเลขกำไรเพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึง จำนวนเงินที่จะสะสมไว้เป็นทุนก็มีมากขึ้นด้วย หมูตุ๋นดีใจที่เห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี จนลืมความขุ่นข้องหมองต่างๆที่มีต่อคนที่ล่วงเกินตน รวมถึงสิ่งที่ตนเองได้ประกาศไว้ ว่าจะไม่ยอมให้สุกี้เข้าใกล้
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 1:56 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนที่ 5 : สิ่งตอบแทนที่ล้ำค่า

ล่วงเข้าสู่เดือนสุดท้ายของการท้าทาย ซึ่งเป็นช่วงเข้าใกล้ปีใหม่ คิวจองร้านอาหารแน่นเอี๊ยด จากปลายเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม พนักงานในร้านทุกคนทำงานกันอย่างหนัก รวมทั้งหมูตุ๋นด้วย ซึ่งกำลังเพลิดเพลินกับการเป็นพ่อครัว เขาได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาปรุงอาหารนานาชาติได้อร่อยถูกปากลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ จนฝีมือเป็นที่เลื่องลือ เจ้าตัวสนุกสนานกับงานที่ทำจนกระทั่งลืมไปว่า เงื่อนไขเวลาที่ได้คุยไว้กับสุกี้ได้เคลื่อนใกล้เข้ามาทุกที แล้วในวันหนึ่ง สุกี้ก็เรียกหมูตุ๋นเข้าไปพบที่ห้องทำงาน

“ฉันคุยกับพ่อแล้วนะ เรื่องร้าน ฉันเล่าให้ฟังว่า นายอยากจะได้คืน และฉันเองก็อยากจะบริหารร้านนี้ ตอนแรกพ่อก็ไม่ยินยอม จะทุบทิ้งให้ได้ เพราะให้คนออกแบบให้แล้ว ฉันหว่านล้อมอยู่ตั้งนาน
กว่าพ่อจะใจอ่อน ยอมเลื่อนเวลาออกไปอีก 6 เดือน แล้วหลังจากนั้นค่อยมาพิจารณาใหม่”

สุกี้พูดกับหมูตุ๋นทันทีที่เขาหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ หนุ่มหน้าหวานทำหน้าเหรอหราอยู่ครู่หนึ่ง แล้วนึกออกว่าสุกี้กำลังพูดถึงอะไรอยู่ รีบล่ะล่ำละลักพูดออกมา

“ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเป็นธุระให้ คุณใจดีจริงๆเลย ที่ผ่านมา ผมมองคุณผิดมาโดยตลอด คุณไม่ได้เป็นคนใจร้าย ไม่มีเมตตาธรรมเลยสักนิด ผมเสียใจที่ได้ว่าคุณเอาไว้มาก เห็นคุณทำเพื่อร้านแบบนี้ ผมดีใจจริงๆ และผมไม่รู้จะตอบแทนคุณอย่างไรดี”

หนุ่มหน้าเข้มสบตากับหมูตุ๋นด้วยสายตาที่มีความหมาย เขายิ้มอย่างขี้เล่น แต่พูดด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจังว่า

“นายก็รู้ดีว่า นายจะตอบแทนฉันได้อย่างไร เพียงแต่นายพยายามที่จะไม่ใส่ใจกับมันต่างหาก แต่ฉันน่ะ ไม่ลืมความตั้งใจของตนเองหรอก” พร้อมกับคำพูด หนุ่มหน้าเข้มก็ยืนขึ้น แล้วก้าวข้ามโต๊ะมาหาหมูตุ๋น เขาคว้าแขนหนุ่มหน้าหวานได้ทันก่อนจะวิ่งหนีไป สุกี้ดันหมูตุ๋นไปจนชิดกำแพง ใช้มือหนึ่งรวบแขนทั้งสองข้างของหมูตุ๋นไปข้างหลัง อีกมือหนึ่งบีบคางบังคับให้แหงนหน้าขึ้นมองเขา สุกี้ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ และจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคนที่ตนเองกำลังแนบชิดอยู่

“ตัวนายหอมจัง.... หอมกลิ่นเนย... กลิ่นอาหาร ”

คนพูดทำจมูกฟุดฟิด ลมหายใจเป่าผ่านรดต้นคอ แก้ม และทั่วบริเวณใบหน้า หมูตุ๋นตัวสั่น ใบหน้าแดงจัด ตัวร้อนวูบวาบ ด้วยเลือดที่ฉีดพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย

“ขอฉันชิมนายหน่อยนะ”

ชายหนุ่มประทับจูบลงบนปากที่เผยอนั้น เขาแทรกลิ้นเข้าไปในปากนุ่มจูบซุกไซร้จนหมูตุ๋นอ่อนระทวย หนุ่มหน้าเข้มปล่อยแขนสองข้างของหมูตุ๋นให้เป็นอิสระ เปลี่ยนมาลูบไล้ไปทั่วร่างกาย หมูตุ๋นครางอือในลำคอ หลับตาพริ้ม ความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน ทั้งตกใจที่ถูกผู้ชายด้วยกันล่วงเกิน ประหลาดใจ และอับอายที่ตระหนักว่า ในครั้งนี้นอกจากร่างกายจะไม่ต่อต้านแล้ว บางส่วนในร่างกายยังแสดงออกถึงความยินยอมพร้อมใจอีก สุกี้ก็คงจะรับรู้ด้วยเช่นกัน เพราะเขาสอดมือเข้ามาในกางเกง และใช้มือลูบไล้ปลุกปลอบขวัญเจ้าตัวน้อยที่กำลังกระเจิดกระเจิง

“พอแล้ว อย่าทำอีกเลย”

เมื่อรับรู้ว่าร่างกายบางส่วนกำลังถูกเกาะกุม หมูตุ๋นก็ประท้วงขึ้นมา หนุ่มหน้าเข้มถอนจมูกออกจากลำคอของผู้อ่อนวัยกว่า แล้วทำเสียงกระเซ้า

“ทำไมล่ะ กลัวหรือ”
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 1:58 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนที่ 6 : เรารักเขาเข้าแล้วหรือไร

หมูตุ๋นพยักหน้า ส่งสายตาอ้อนวอนให้เขาหยุดการก่อกวนทางร่างกาย หนุ่มหน้าเข้มถอนหายใจด้วยความเสียดาย อยากจะต่อในสิ่งที่ตนเองเริ่มไว้ แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเป็นการหักหาญน้ำใจของหมูตุ๋นมากเกินไป เขาต้องการให้หมูตุ๋นพร้อมสำหรับเขามากกว่านี้ ก่อนลาจากกัน เขามอบจูบที่อ่อนหวานให้หมูตุ๋น เป็นจูบที่ทำให้หมูตุ๋นกลับไปฝันซ้ำซากในเรื่องเดิมๆ อีกครั้ง

“นี่เรารักเจ้าบ้านั่นหรือนี่”

หมูตุ๋นงึมงำกับตนเอง เขาตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะตกใจกับความฝันนั้น จนสะดุ้งตื่น มือของหมูตุ๋นลูบไล้แผ่วเบาไปตามริมฝีปากของตนเอง ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วตัว ยามนึกถึงรสสัมผัสที่สุกี้มอบให้ น่าแปลกตรงที่หมูตุ๋นพึงพอใจต่อความชิดใกล้ดังกล่าว เขาเริ่มรู้สึกถวิลหา อยากได้รับการสัมผัสที่แนบแน่นอย่างนั้นอีกครั้ง

หลายวันมานี้ สมอง และ จิตใจของหมูตุ๋น ทรยศตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะมันไม่เป็นตัวของตนเอง สั่งการอะไรก็ไม่ทำตาม เอาแต่จะคอยคิดถึงแต่หน้าคมเข้ม ของผู้ชายตัวสูงใหญ่ขี้เก็ก เอาแต่ใจตัวเองคนนั้นอยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะอะไรกันนะที่ทำให้หมูตุ๋นเฝ้าแต่รอเวลาที่จะได้พบหน้าเขา มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่สิ่งดีๆที่หมอนั่นทำ จะก่อให้เกิดเป็นความรักความผูกพันขึ้นในใจ และด้วยวิธีการที่เขาคอยช่วยเหลือดูแลจนกระทั่งร้านฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ได้ทะลายกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างสุกี้กับหมูตุ๋นออกจากกัน ดอกรักเริ่มเบ่งบานในใจของคนทั้งสอง ไม่มีเรื่องของธุรกิจมากเกี่ยวข้อง ความแตกต่างจากชนชั้น และ ความเป็นเพศเดียวกัน มิอาจจะกั้นความรักที่คนทั้งคู่มีต่อกันได้ หมูตุ๋นยอมรับกับตนเองในใจว่า สุกี้เป็นคนดีคนหนึ่ง การได้ใกล้ชิดสุกี้เป็นความสุขที่ตนเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน และหมูตุ๋นปรารถนาให้ความรู้สึกนี้คงอยู่ตลอดไป

เป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวลูกชายคนเดียว ทำให้ประมุขแห่งพัฒนาทรัพย์กรุ๊ป เลิกล้มความคิดที่จะทุบร้านเพื่อทำเป็นภัตตาคาร ความมุ่งมั่นฉายฉัดออกมาทางกริยาและสายตาที่เด็ดเดี่ยว ยังความปลาบปลื้มใจมาให้ผู้เป็นพ่อที่เห็นลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เอาการเอางาน และเพื่อให้ลูกชายคนเดียวได้เรียนรู้ที่จะบริหารงานอย่างเต็มที่ ผู้เป็นพ่อจึงยกร้านอาหารแห่งนี้ให้เขาดูแลต่อไป สุกี้เรียกหมูตุ๋นมาพบเขาที่คอนโด และบอกข่าวดีเรื่องนี้กับหมูตุ๋นทันทีที่เจอหน้า หนุ่มหน้าหวานโผเข้ากอดคนบอกข่าวด้วยความดีใจ

“นี่หมายความว่า ผมจะมีโอกาสได้ร้านของผมกลับคืนมาจริงๆสิเนี่ย คุณจะขายผมต่อใช่ไหม”

หมูตุ๋นเขย่าตัวสุกี้ไปมา สุกี้วางสองมือไว้บนไหล่ของหมูตุ๋น และกดเบาเพื่อให้ใจเย็นๆ

“ฉันเปลี่ยนใจ ไม่ขายต่อนายแล้ว”

“ทำไมล่ะ” หมูตุ๋นหน้าเสีย

“ คุณไม่รักษาสัญญานี่นา คุณให้ผมลองพยายามดู แล้วที่ผ่านมา ผมก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าผมทำได้ หรือคุณจะเถียงว่ามันไม่ใช่”

ผู้สูงวัยกว่า ยักไหล่

“มันก็ใช่นะ แต่ไม่ทั้งหมด อย่าลืมสิว่าฉันก็มีส่วนช่วยร้านนี้เหมือนกัน แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ฉันไม่ขาย ก็เพราะว่าฉันจะบริหารมันต่อ และทำให้มันดียิ่งๆขึ้น โดยหน้าที่ในการดูแลร้าน รวมทั้งอาหารทั้งหมดยังเป็นงานของนาย เราจะมาเป็นหุ้นส่วนร้านนี้ด้วยกัน นายเห็นเป็นไง”

หมูตุ๋นฟังข้อเสนอ แม้จะไม่ชอบใจ 100 % แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว ก็ยังดีกว่าที่ร้านนี้จะถูกทำลาย อีกอย่างหนึ่ง เงินจำนวน 5 ล้าน 10 ล้าน มันไม่ใช่หามาได้ง่ายๆ ในเมื่อสุกี้เองก็ตั้งใจจริงที่จะบริหารร้านอาหารแห่งนี้ให้ดีขึ้น และเขาก็พิสูจน์ถึงความสามารถให้เห็นแล้วมันจึงเป็นการดีกว่าถ้าจะยอมรับข้อเสนอนี้

“ถ้าคุณคิดว่า คุณจะบริหารร้านนี้จริงจัง และไม่คิดทำเล่นๆ ผมก็จะเชื่อคุณสักครั้ง เราจะร่วมมือกันทำร้านนี้ให้โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว เราจะสร้างความสุขให้กับผู้คนที่มานั่งทานอาหารในร้านของเรา เหมือนกับที่เขาจะได้รับการดูแลต้อนรับอย่างดีเหมือนอยู่ที่บ้านเลย”
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Pong999
วรยุทธ์อ่อนหัด


เข้าร่วม: 24 Nov 2007

ตอบ: 31


ตอบตอบเมื่อ: Tue Mar 18, 2008 2:00 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนที่ 7 : เราจะดูแลร้านด้วยกันตลอดไป (ตอนจบ)

หมูตุ๋นวาดฝัน รู้สึกยินดีเป็นยิ่งนักที่ได้รักษาร้านนี้ไว้ และเป็นสุขใจที่จะได้ทำงานร่วมกับผู้ชายคนนี้ คนที่หมูตุ๋นเพิ่งจะรู้ตัวว่ารักเขาอย่างมากมาย

"งั้นเตรียมตัวได้เลย ฉันเอาจริงแน่ อะไรก็ตามที่ฉันปรารถนาจะทำ ฉันจะทำมันให้ได้ และสำหรับร้านอาหารแห่งนี้ ฉันได้ตระหนักแล้วว่าความภาคภูมิใจของเจ้าของร้านเป็นอย่างไร ฉันต้องการจะทำมัน แต่สิ่งที่ทำให้ฉันอยากอยู่ที่นี่ต่อ ไม่ใช่แค่ความภูมิใจเท่านั้น แต่เพราะที่นี่มีคนที่ฉันรักมากอยู่ด้วย นายยังไงล่ะ"

สุกี้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความจริงใจ หมูตุ๋นมองหน้าเขาด้วยความตื้นตัน ความรู้สึกรักและเทิดทูนผลักดันให้น้ำตาไหล่เอ่อจนปริ่มขอบตา

"ว้า เจ้าน้ำตาจริง รู้บ้างไหมเนี่ยว่าฉันแพ้น้ำตา คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว ใจฉันอ่อนยวบเลยรู้ไหม ฉันหนีมาเป็นเกย์ก็เพราะไม่ชอบการร้องไห้ตีโพยตีพายของพวกผู้หญิง แต่ฉันกลับมาเจอนายเป็นแบบนี้อีก เฮ้อ หนีไม่พ้นเลยนะเรา"

หนุ่มหน้าเข้มพูดล้อๆก่อนจะดึงร่างของคนขี้แยเข้ามากอด มือลูบไล้เรือนผมอย่างแผ่วเบา หมูตุ๋นโอบรัดร่างของสุกี้ และซุกตัวเข้าไปจนชิด

"คุณใจดีจังเลย ใจดีจนผมเกลียดคุณไม่ลง ตอนนี้ผมแย่มากเลยรู้ไหม ทุกข์ทรมานกับการที่ได้รู้ว่า ผมรักคุณ"

หมูตุ๋นสารภาพเสียงอู้อี้ แต่หนุ่มหน้าเข้มได้ยินถนัด ตัวของเขาเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ เขาใช้สองมือจับต้นแขนทั้งสองข้างของหมูตุ๋นดันตัวออกไปเพื่อมองหน้าให้ชัดๆ สุกี้จ้องหน้าหวานนั้น อย่างค้นคว้าหาคำตอบ

"รู้ตัวบ้างไหม ว่าพูดอะไรออกไป ฉันถือว่า นายต้องรับผิดชอ่บในสิ่งที่พูดนะ"

"ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง ผมคิดว่าผมรักคุณเข้าให้แล้ว เพราะคุณเป็นคนดีจริงๆ ดีกับผม ดีกับร้านเรา และดีกับทุกๆคน ผมไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากความรักที่จะมอบให้"

สุกี้ยิ้มกว้าง นัยน์ตาเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ทันทีทันใด

"นายมีสิ่งที่จะตอบแทนอยู่แล้ว และฉันก็เคยเรียกร้องเอาจากนายหลายครั้ง แต่คราวนี้ฉันจะให้นายตัดสินใจ ว่านายจะให้ฉันได้หรือไม่"

หมูตุ๋นยิ้มหวานอย่างที่สุด ให้กับคนตรงหน้า

"ขอบอกว่าผมยินยอมทำตามทุกอย่างด้วยความยินดี และเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง โอ๊ะ..."

หมูตุ๋นร้องคราง เพราะคนใกล้ตัวไม่รอให้พูดจบ เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างกายเปลือยเปล่าของหมูตุ๋นก็ผนึกแน่นเป็นร่างเดียวกับสุกี้ หนุ่มหน้าเข้มกระซิบข้างหู

"ครั้งแรก จะเจ็บนิดหน่อยนะ แต่เดี๋ยวเดียวก็หาย"

หมูตุ๋นหลับตาแน่น ตอนที่สุกี้เคลื่อนกายเข้ามาหา ความปวดแปลบมาพร้อมกับความหฤหรรษ์ หมูตุ๋นปล่อยร่างกายให้เคลื่อนไหวไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยมีคนรักของตนเป็นผู้นำทาง

เสียงหายใจที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทำให้รู้ว่าหมูตุ๋นหลับไปเรียบร้อยแล้ว ในท่าที่ศีรษะซบอยู่บนหน้าอกกว้างของหนุ่มหน้าเข้ม สุกี้โอบกอดหมูตุ๋นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนข้างที่ว่างลูบไล้ไปทั่วเส้นผมนุ่มสลวยดกดำนั้น ความสุขที่ได้รับเมื่อครู่ทำให้เขาไม่อาจหลับตาลงได้ ด้วยปรารถนาจะจดจำภาพนั้นไว้นานๆ ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจที่ความรักสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ นับจากนี้เป็นต้นไป เขาจะกลายเป็นเจ้าของร้านร่วมกันกับหมูตุ๋นคนรักของเขา ซึ่งความผูกพันของคนทั้งคู่ได้แปรเปลี่ยนจากนายจ้างลูกจ้าง มาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ และก้าวข้ามมาเป็นหุ้นส่วนในชีวิตซึ่งกันและกัน เขายิ้มขำกับตัวเอง เมื่อความคิดบางอย่างแว่บผ่านเข้ามาในสมอง มันจะเป็นอย่างไรหนอ ถ้าวันพรุ่งนี้ เขาจะประกาศตัวให้ใครต่อใครรู้ว่า เขาทั้งคุ่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เขาไม่ปรารถนาจะปกปิดซ่อนเร้น นั่นไม่ใช่วิสัยของเขา พ่อของเขาอาจจะรับได้ เพราะรู้ระแคะระคายมานานแล้วว่าเป็นเกย์ และต้องการให้เขาหยุดเที่ยว โดยส่งให้เขามาดูแลกิจการที่นี่ แต่พ่อคงไม่รู้ว่า มันทำให้เขาเลิกเที่ยวได้จริง แต่เลิกเป็นเกย์ไม่ได้ น่าสงสารหมูตุ๋น ชีวิตต่อจากนี้ไปจะต่างไปจากเดิม พ่อของหมูตุ๋น และคนรอบข้างจะรับได้ไหมหนอ ที่หนุ่มหน้าหวานคนนี้ จะลุกขึ้นมารักเพศเดียวกัน

"ช่างมันเถอะ ....ยังไงก็เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงไม่ได้" เขาคิด

"เอาไว้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ดีกว่า เหตุการณ์ยังมาไม่ถึง คิดมากไปก็ป่วยการ มันอาจจะไม่เลวร้ายก็ได้"

เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะปิดเปลือกตาลง บอกกับตนเองไว้ว่า พรุ่งนี้จะพูดกับพ่อของหมูตุ๋นถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หลังจากนั้นจะช่วยหมูตุ๋นดูแลร้าน และจะทบทวนการบ้านให้หมูตุ๋นลองทำในคืนพรุ่งนี้ เพราะหนุ่มหน้าหวาน ยังไม่เก่งพอ เขายิ้มและหลับอย่างมีความสุข โดยปราศจากความกังวลใจกับวันข้างหน้า


........................................
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
id474230127
ศิษย์น้อยฝึกวิชา


เข้าร่วม: 16 Mar 2008

ตอบ: 103


ตอบตอบเมื่อ: Mon Mar 24, 2008 10:05 pm    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

สนุกครับผม อยากมีรีกแบบนี้จัง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
898
ผู้มาเยือน







ตอบตอบเมื่อ: Sat Mar 29, 2008 8:00 am    เรื่อง: If a post contains some illegal issues you may abuse on it - just click Abuse and fill the form ตอบโดยอ้างข้อความ

Cool Cool Cool Cool